กบเฒ่าใหญ่จนคับแงบป้าดๆๆๆๆๆๆๆ | พระ เกตุมาลา

by Malee Chakrii
0 comment

กบเฒ่าใหญ่จนคับแงบป้าดๆๆๆๆๆๆๆ


นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูเพิ่มเติม

กบเฒ่าใหญ่จนคับแงบป้าดๆๆๆๆๆๆๆ

#รำวงย้อนยุคเพชรบุรี.นางรำสาวสวย.#คณะชวนชม/#คณะดาวจรัสแสง.


งานวัดหนองจอก.ท่ายาง
เพื่อนใหม่น้ำเพชร🎤🎹
31/ธ.ค/62.

#รำวงย้อนยุคเพชรบุรี.นางรำสาวสวย.#คณะชวนชม/#คณะดาวจรัสแสง.

มาลัยเก้า เทศน์โดย ท่านชินวร วัดโชติวรรณ (บ้านโซ้) พะเยา


มาลัยสูตร อันเป็นพระสูตรนอกพระไตรปิฎก สันนิษฐานว่าแต่งขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศพม่าเมื่อราวพุทธศตวรรษที่ ๑๖ ๑๘ มีเรื่องราวกล่าวถึงพระมาลัยเทวเถระ ชาวลังกาทวีป เป็นผู้ทรงฤทธิ์ มักไปโปรดสัตว์ในนรกและสวรรค์ ครั้งหนึ่งเหาะไปไหว้พระเจดีย์จุฬามณีในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ได้พบสนทนาธรรมกับพระอินทร์และพระศรีอริยเมตไตรยบรมโพธิสัตว์ จากนั้นได้นำเทวโองการจากพระศรีอาริยเมตไตรยมาแจ้งแก่มนุษย์ ถึงวิธีจะบังเกิดในศาสนกาลของพระองค์ อันเป็นยุคที่เต็มไปด้วยความสุขสมบูรณ์ต่างๆ ด้วยเหตุที่พระมาลัยเป็นผู้ปลดเปลื้องสัตว์ให้พ้นจากนรกไปสู่สวรรค์และนำทางไปสู่โลกอุดมคติในภายภาคหน้า พระมาลัยจึงได้รับความนิยมนับถืออย่างมากมายแต่โบราณกาล ลักษณะพระมาลัยโปรดสวรรค์ สร้างขึ้นเป็นรูปพระภิกษุ (ไม่มีเกตุมาลาแลรัศมี) นั่งขัดสมาธิราบ ครองจีวรห่มเฉียง เปิดบ่าขวา ปิดบ่าซ้าย มีแถบสังฆาฏิพาดเหนือบ่าซ้าย คาดผ้ารัดอก มือข้างหนึ่งวางคว่ำบนตัก ข้างหนีงชี้ไปยังด้านข้างเบื้องบน มีลีลาอ่อนหวานแบบนาฏลักษณ์ตามแบบศิลปะไทยประเพณี โดยคติการสร้างหมายถึงพระมาลัยเหาะไปบูชาพระเกศธาตุเจดีย์ ได้พบและสนทนาธรรมกับพระอินทร์ ถึงกุศลกรรมของเหล่าเทพยาดาผู้เหาะมายังเบื้องบนอากาศ เพื่อเสด็จมาสักการะพระจุฬามณี อันแสดงถึงแก่นปรัชญาของเรื่องของเรื่องพระมาลัยสูตร ที่มุ่งหมายแสดงกรรมดีและผลของกรรมดีเป็นสำคัญ ประติมากรรมดังกล่าวนี้ เดิมอาจสร้างขึ้นเป็นประติมากรรมชุด ประกอบด้วยประติมากรรมรูปอื่นๆ เพื่อความสมบูรณ์ของเนื้อหา อาทิ รูปพระอินทร์ พระศรีอารยเมตไตรย และพระเกศแก้วจุฬามณี ดังประติมากรรมซึ่งพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดฯ ให้หล่อใส่พระไว้ยังพระวิหารวัดอรุณราชวราราม ปรากฏในหมายรับสั่งรัชกาลที่ ๓ ว่า หล่อรูปพระเจ้าตัดเกศ(แทนพระจุฬามณีเจดีย์) พระมาลัย พระศรีอารยเมตไตรย และพระอินทร์ ซึ่งเห็นได้ว่าหล่อเป็นประติมากรรมชุดพระมาลัยเสด็จไปนมัสการพระจุฬามณี ทั้งนี้ประติมากรรมพระมาลัยโปรดเกล้าฯ ให้หล่อขึ้น ก็อาจมีรูปแบบเช่นเดียวกันกันพระมาลัยปางโปรดสวรรค์องค์นี้ก็เป็นได้

READ  ขายรั้วตาข่ายล้อมสัตว์ ล้อมที่ดิน ราคาถูก จัดส่งทั่วประเทศ มีบริการรับติดตั้ง | ค่า ทำ รั้ว ลวดหนาม

มาลัยเก้า เทศน์โดย ท่านชินวร วัดโชติวรรณ (บ้านโซ้) พะเยา

หลวงพ่ออุตตะมะแห่ง วัดวังก์วิเวการาม หรือที่เรียกกัน โดยทั่วไปว่า \”วัดหลวงพ่ออุตตมะ\”


https://www.facebook.com/Ratchabui
เปิดบันทึกตำนานหลวงพ่ออุตตมะ (เทพเจ้าชาวมอญ) เกจิในตำนาน ผู้เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง และโด่งดังในตำนาน แห่งดินแดน สังขละบุรี กาญจนบุรี.
..
เป็นบันทึกที่หลวงพ่ออุตตะมะ ท่านยังมีชีวิตอยู่ ยังไม่มรณภาพ และเป็นบันทึกไฟล์เดียวกับที่เปิดให้ชมที่วัดวังก์วิเวการาม หรือที่เรียกกัน โดยทั่วไปว่า \”วัดหลวงพ่ออุตตมะ\” ในปัจจุบันนี้.
พระราชอุดมมงคล หรือ “พระมหาอุตตมะรัมโภภิกขุ” หรือที่รู้จักกันทั่วไปในนามของ “หลวงพ่ออุตตมะ” พระเกจิอาจารย์ชื่อดังของจังหวัดกาญจนบุรี ทั้งยังเป็นพระภิกษุสงฆ์ชาวมอญ ผู้มีบทบาทผู้นำคนสำคัญของชาวมอญพลัดถิ่นที่สังขละบุรี และ เกจิผู้เป็นอีก ๑ ตำนาน.
.
ประวัติหลวงพ่ออุตตมะ
..
หลวงพ่ออุตตมะเกิดเมื่อวันอาทิตย์ขึ้น ๖ ค่ำ เดือน ๔ ปีจอ จุลศักราช ๑๒๗๒ (พ.ศ. ๒๔๕๓) ที่หมู่บ้านโมกกะเนียง ตำบลเกลาสะ อำเภอเย จังหวัดมะละแหม่ง เป็นบุตรของนายโงและนางทองสุข อาชีพทำนา มีพี่น้องรวม ๑๒ คน เนื่องจากเป็นทารกเพศชายเกิดในวันอาทิตย์จึงมีชื่อว่า “เอหม่อง”
ปี พ.ศ. ๒๔๖๒ ขณะเด็กชายเอหม่องมีอายุได้ ๙ ขวบ เกิดอหิวาตกโรคระบาดขึ้นในหมู่บ้าน บิดามารดาจึงพาเด็กชายเอหม่องไปฝากกับพระอาจารย์นันสาโรแห่งวัดโมกกะเนียงผู้เป็นลุงเพื่อให้ปรนนิบัติรับใช้และศึกษาพระธรรมเป็นเครื่องคุ้มครองจากโรคภัย เด็กชายเอหม่องเป็นผู้ใฝ่ใจในการศึกษาอย่างยิ่ง จนสามารถสอบได้ชนะเด็กในวัยเดียวกันเป็นประจำทุก ๆ ปี
..
ปี พ.ศ. ๒๔๖๗ เด็กชายเอหม่องอายุได้ ๑๔ ปี เกิดอหิวาตกโรคระบาดครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง ส่งผลให้ต้องสูญเสียน้องชายถึง ๕ คน เด็กชายเอหม่องจึงขอออกจากวัดโนกกะเนียงเพื่อมาช่วยเหลือทางบ้านด้วยความขยันขันแข็ง จนกระทั่งอายุ ๑๘ ปี เจ้าอาวาสวัดเกลาสะได้ไปขอกับบิดามารดาให้เด็กชายเอหม่องไปบรรพชาเป็นสามเณร
..
หลวงพ่ออุตตมะบรรพาเป็นสามเณร ณ วัดเกลาสะ ตำบลเกลาสะ อำเภอเย จังหวัดมะละแหม่ง เมื่อจุลศักราช ๑๒๙๑ (พ.ศ. ๒๔๗๒) โดยมีพระเกตุมาลาเป็นพระอุปัชฌาย์ ปีนั้นเองหลวงพ่อศึกษาภาษาบาลี และพระปริยัติธรรมจนสอบได้นักธรรมตรี อีกปีหนึ่งต่อมาสอบได้นักธรรมโท แต่ไม่นานหลวงพ่อก็ตัดสินใจสึกออกมาเพราะเห็นว่าไม่มีใครช่วยบิดามารดาทำนา
..
จนกระทั่งหม่องเอ ซึ่งเป็นลูกของพี่สาวของบิดา ได้มาอาศัยอยู่ด้วย หลังจากที่บิดามารดาของหม่องเอเสียชีวิตจนหมดสิ้น ซึ่งเท่ากับว่ามีคนมาช่วยแบ่งเบาภาระในการทำนา และมีญาติซึ่งไว้วางใจได้มาคอยดูแลบิดามารดา หลวงพ่ออุตตมะจึงตัดสินใจอุปสมบทเป็นพระภิกษุที่วัดเกลาสะ โดยมีพระเกตุมาลา วัดเกลาสะ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระนันทสาโร วัดโมกกะเนียง เป็นพระกรรมวาจารย์ พระวิสารทะ วัดเจ้าคะเล เป็นพระอนุสาวนาจารย์ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒๓ เมษายน พ.ศ. ๒๔๗๖ ได้รับฉายาว่า “อุตตมรัมโภ” แปลว่า ผู้มีความพากเพียรอันสูงสุด” โดยหลวงพ่ออุตตมะได้ตั้งเจตจำนงที่จะบวชไม่สึกจนตลอดชีวิต
..
ด้วยความพากเพียรและใฝ่ใจในการศึกษาพระธรรม ในปี พ.ศ. ๒๔๗๔ หลวงพ่ออุตตมะสามารถสอบได้ นักธรรมชั้นเอก ณ สำนักเรียนวัดปราสาททอง อำเภอเย จังหวัดมะละแหม่ง ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๘๔ สอบได้เปรียญธรรม ๘ ประโยค ที่สำนักเรียนวัดสุขการี อำเภอสะเทิม จังหวัดสะเทิม ซึ่งเป็นชั้นสูงสุดของคณะสงฆ์ในประเทศพม่า ขณะนั้นบ้านเมืองกำลังเกิดสงครามโลกครั้งที่ ๒ หลวงพ่อจึงเดินทางกลับวัดเกลาสะ และได้รับมอบหมายให้เป็นอาจารย์สอนภาษาบาลีแก่ภิกษุสามเณร
ต่อมาท่านก็ลาพระอุปัชฌาย์เดินทางไปศึกษาวิปัสนากรรมฐานที่วัดตองจอย จังหวัดมะละแหม่ง และวัดป่าเลไลย์ จังหวัดมัณฑะเลย์ จนมีความรู้ความสามารถในเรื่องวิปัสนากรรมฐานตลอดจนวิชาไสยศาสตร์และพุทธคมเป็นอย่างดี ปี พ.ศ. ๒๔๘๖ หลวงพ่อจึงเริ่มออกธุดงค์เพื่อหาประสบการณ์
..
หลวงพ่ออุตตมะออกธุดงค์ไปตามที่ต่าง ๆ ในประเทศพม่า และเข้ามาประเทศไทยครั้งแรกทางจังหวัดเชียงใหม่ ต่อมาทราบข่าวว่าพระเกตุมาลา พระอุปัชฌาย์กำลังอาพาธ จึงรีบเดินทางกลับพม่า จนกระทั่งพระเกตุมาลามรณภาพ ท่านก็ได้เดินทางเข้ามาประเทศไทยอีกครั้งหนึ่ง โดยครั้งนี้ หลวงพ่อเดินทางเข้ามาทางตำบลปิล็อก อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ประมาณปี พ.ศ. ๒๔๙๒
..
และใน ปี พ.ศ. ๒๔๙๒ อันเป็นพรรษาที่ ๑๖ ของพระมหาอุตตมะรัมโภ พายุไต้ฝุ่นพัดจากทะเลอันดามัน สร้างความเสียหายให้กับชาวบ้านอย่างใหญ่หลวง โดยเฉพาะบ้านโมกกะเนียง และเกลาสะ มีผู้เสียชีวิตมากกว่าร้อยคน บ้านเรือนเหลือเพียงไม่กี่หลังคาเรือน ชาวบ้านลำบากยากแค้นแสนสาหัส ข้าวของอาหารการกินขาดแคลนกันทั่วหน้า
นอกจากภัยธรรมชาติแล้ว ชาวบ้านยังต้องประสบเคราะห์กรรมจากปัญาความขัดแย้งในทางการเมืองอีกด้วย เนื่องจากการปะทะและต่อสู้ระหว่าง กองทหารของรัฐบาลพม่า กับกองกำลังติดอาวุธกู้ชาติ อีกทั้งกองกำลังกู้ชาติบางกลุ่มแปรตัวเองไปเป็นโจรปล้นสดมภ์ชาวบ้าน
ด้วยความเบื่อหน่ายเรื่องการรบราฆ่าฟันกัน ระหว่างชนเผ่า หลวงพ่ออุตตมะจึงตัดสินใจจากบ้านเกิด มุ่งหน้าสู่ดินแดนประเทศไทย เป้าหมายที่แท้จริงของท่านในเวลานั้น คือเขาพระวิหาร ปรากฏว่าเมื่อชาวบ้านรู้ข่าวต่างเสียใจ ไม่อยากให้ท่านจากไปพากันร้องไห้ระงมด้วยความอาลัย ซึ่งท่านได้ชี้แจงการออกเดินทางของท่านว่า “การไปของเราจะเป็นปรหิต เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น”
..
หลวงพ่อเดินทางเข้าเมืองไทยในช่วงระหว่างปี พ.ศ. ๒๔๙๒ ๒๔๙๓ ทางหมู่บ้านอีต่อง ตำบลปิล็อก ชายแดนเขตจังหวัดกาญจนบุรี โดยได้รับความช่วยเหลือจากคนไทยสองคน ซึ่งมีเชื้อสายมอญพระประแดงที่มาทำเหมืองแร่ที่บ้านอีต่อง ทั้งคู่ได้จัดบ้านพักหลังหนึ่งให้เป็นกุฏิชั่วคราวของหลวงพ่อ มีชาวเหมืองจำนวนมากมาทำบุญกับหลวงพ่อ เนื่องจากพื้นที่บริเวณนั้นไม่มีวัดและพระสงฆ์เลย
เดิมทีนั้น คนไทยเชื้อสายมอญพระประแดงทั้งสอง ต้องการสร้างกุฏิถวายหลวงพ่ออุตตมะให้จำพรรษาอยู่ที่บ้านอีต่อง แต่หลวงพ่อไม่รับ เนื่องจากเกรงว่าจะกลายเป็นพระเถื่อนเข้าเมืองไทย ท่านจึงต้องการไปขออนุญาตจากพระผู้ใหญ่ที่ปกครองเขตปิล็อกเสียก่อน ทั้งสองจึงพาหลวงพ่ออุตตมะ มาจำพรรษาที่วัดท่าขนุน อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี
อ่านต่อที่..https://www.facebook.com/Ratchabui/

READ  เมื่อวัยรุ่นสุดห้าว ต้องมาติดคุกผู้ใหญ่ สปอยหนัง | เรื่อง ทั่วไป
READ  รีวิว TR TRANSFORMER MAX 2.5 AT ยอดรถตรวจการณ์ พันธุ์แกร่ง | รถตรวจการณ์

หลวงพ่ออุตตะมะแห่ง วัดวังก์วิเวการาม หรือที่เรียกกัน โดยทั่วไปว่า \

59 01 29 การพ่นสีพระเกตุมาลารัศมีเปลว


จากนี้ไปจักเป็นตำนานที่เล่าขาน ถึงกลุ่มคนผู้มีศรัทธาพร้อมด้วยปัญญาที่จักสร้างพระพุทธรูปใหญ่ให้ได้ 28 พระองค์ เพื่อบูชาพระคุณของพระพุทธองค์ ผู้ทรงพระปัญญาธิคุณ พระบริสุทธิคุณ และพระมหากรุณาธิคุณ นับจากบัดนี้เป็นต้นไปสิ่งที่กลุ่มคนเหล่านี้ได้กระทำลงไปแล้วนั้น จักเป็นพลวปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย อารัมณปัจจัย ให้เป็นฐานพลังอันมิรู้จบสิ้นใน กำลังทรัพย์ กำลังกาย กำลังใจ กำลังสติปัญญา กำลังความสามารถ กำลังแห่งความดี ตราบจนบรรลุซึ่ง มรรค ผล และนิพพานในที่สุดโดยมิต้องสงสัยเป็นแน่แท้….ตำนานคนสร้างพระ

59 01 29 การพ่นสีพระเกตุมาลารัศมีเปลว

นอกจากการดูหัวข้อนี้แล้ว คุณยังสามารถเข้าถึงบทวิจารณ์ดีๆ อื่นๆ อีกมากมายได้ที่นี่: ดูวิธีอื่นๆGENERAL NEWS

You may also like

Leave a Comment