การเพิ่มคณะกรรมการกำหนดราคากลาง | คําสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการกําหนดคุณลักษณะเฉพาะ | คอลเลกชันที่ดีที่สุดของเรื่องราว

[penci_button link=”#” icon=”fa fa-address-book” icon_position=”left” text_color=”#000000″]ดูรายละเอียด[/penci_button]

Table of Contents

การเพิ่มคณะกรรมการกำหนดราคากลาง


การเพิ่มคณะกรรมการกำหนดราคากลาง

การเพิ่มคณะกรรมการกำหนดราคากลาง

ว 214 แนวทางปฏิบัติในการกำหนดคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ การกำหนดผลงาน การระบุคุณลักษณะเฉพาะฯ


หนังสือกรมบัญชีกลาง ด่วนที่สุด ที่ กค 0405.2/ว 214 ลงวันที่ 18 พฤษภาคม 2563 แนวทางปฏิบัติในการกำหนดคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ การกำหนดผลงาน การระบุคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุหรือยี่ห้อของพัสดุ และการพิจารณาคุณสมบัติผู้ยื่นข้อเสนอของหน่วยงานของรัฐกรณีการกำหนดสิ่งที่ไม่ใช่สาระสำคัญ

สามารถดูรายละเอียดหนังสือ ว 214 ได้ที่นี่
https://shorturl.at/nsJOU

หากมีข้อสงสัยต้องการสอบถามเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่ Inbox Facebook : จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ หรือที่เบอร์โทรศัพท์ 022706400 กด 3

ว 214 แนวทางปฏิบัติในการกำหนดคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ การกำหนดผลงาน การระบุคุณลักษณะเฉพาะฯ

จัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจง ร่อนพิบูลย์


สอนการจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจง (ทต.ร่อนพิบูลย์)

จัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจง ร่อนพิบูลย์

EP : 18 หัวข้อ 31 คำสั่ง ว 21 เพื่อเตรียมประเมิน คศ.23 ว.21 ฉบับปีการศึกษา 2562


EP : 18 หัวข้อ 31 คำสั่ง ว 21 เพื่อเตรียมประเมิน คศ.23 ว.21 ฉบับปีการศึกษา 2562
ลิ้ง เพจครูหนึ่ง
https://www.facebook.com/CruNoeng

EP : 18 หัวข้อ 31 คำสั่ง ว 21 เพื่อเตรียมประเมิน คศ.23 ว.21 ฉบับปีการศึกษา 2562

การยกเลิก ว 89ปรับปรุงแนวทางปฏิบัติตามกฎกระทรวงกำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างที่รัฐฯ


การยกเลิก ว 89 ปรับปรุงแนวทางปฏิบัติตามกฎกระทรวงกำหนดพัสดุฯ
(ปรับปรุงแนวทางตาม ว 89)
https://drive.google.com/file/d/1qDD1Ejd09qbgT_GcWSgQfiYKnzRMeSi/view?fbclid=IwAR2fE9v3N4hruIB6yLMw9ZKMaB9mr5DzSEBJhU_HSDtdg1LuAXShCM5ASrs

กรมบัญชีกลาง ปรับปรุงกฎกระทรวงกำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน พร้อมจัดทำคู่มือการปฏิบัติงานตามกระทรวงฯ ขึ้นใหม่
ตามที่กระทรวงการคลังได้ออกกฎกระทรวงกำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2563 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2563 เป็นต้นมา
ซึ่งจากการดำเนินการที่ผ่านมา กรมบัญชีกลางได้รับทราบปัญหาจากการออกกฎกระทรวงฯ และหนังสือแจ้งเวียนแนวทางปฏิบัติดังกล่าว อาทิเช่น……
1) หน่วยงานของรัฐเชิญเฉพาะผู้ประกอบการรายเดิมเข้ายื่นข้อเสนอ ทำให้ไม่เกิดการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม
2) การค้นหารายการสินค้าหรืองานบริการที่ www.thaismegp.com ของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ซึ่งไม่มีรายละเอียดของพัสดุที่ขายหรือรายละเอียดของงานที่รับจ้าง ทำให้หน่วยงานของรัฐไม่สามารถค้นหารายการสินค้าและงานบริการต่าง ๆ ได้
3) หน่วยงานของรัฐยังมีความไม่เข้าใจในการปฏิบัติงานเนื่องจากแนวทางปฏิบัติในบางเรื่องยังมีความไม่ชัดเจน รวมทั้งแนวทางปฏิบัติในบางเรื่องยังมีความไม่คล่องตัว เป็นต้น
ดังนั้น เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าวข้างต้น รวมทั้งเพื่อให้เกิดความชัดเจนและความคล่องตัวในทางปฏิบัติตามกฎกระทรวงฯ กรมบัญชีกลางจึงได้ยกเลิกหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 89 ลงวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 และได้จัดทำคู่มือการปฏิบัติงานตามกระทรวงฯ ขึ้นใหม่ เสนอคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ (คณะกรรมการวินิจฉัย) พิจารณา ซึ่งคณะกรรมการวินิจฉัยพิจารณาและมีมติในคราวการประชุมครั้งที่ 13/2564 เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2564 เห็นชอบคู่มือแนวทางการปฏิบัติตามกฎกระทรวงตามที่กรมบัญชีกลางเสนอ โดยมีการเปลี่ยนแปลงหลักการจากเดิม เป็นดังนี้……..
1. การจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท หน่วยงานของรัฐสามารถจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจง ตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) (ข) แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ กับผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่งก็ได้
2. การช่วยเหลือสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ที่กำหนดให้หน่วยงานของรัฐจัดซื้อจัดจ้างพัสดุจากผู้ประกอบการ SMEs ตามรายการสินค้าหรือบริการที่มีรายชื่อตามที่สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม (สสว.) ได้ขึ้นบัญชีไว้ โดยให้ใช้เงินงบประมาณจัดซื้อจัดจ้างพัสดุดังกล่าว ไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของงบประมาณในการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่อยู่ในบัญชีรายชื่อผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งการส่งเสริมสนับสนุน แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ ได้แก่……..
2.1 การส่งเสริมสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ในเชิงพื้นที่ โดยพิจารณาจากพื้นที่ที่ได้รับงบประมาณหรือพื้นที่ที่จะนำพัสดุนั้นไปใช้งาน โดยให้เชิญผู้ประกอบการ SMEs ไม่น้อยกว่า 3 ราย เสนอราคาโดยวิธีคัดเลือก ปรับแก้ไขให้เพิ่มเป็น “ไม่น้อยกว่า 6 ราย” เพื่อให้เกิดการแข่งขันมากขึ้น
2.2 การให้แต้มต่อด้านราคากับผู้ประกอบการ SMEs ในการเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้เสนอราคารายอื่นไม่เกินร้อยละ 10 โดยให้ใช้กับวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งวิธีคัดเลือกกรณีที่ใช้เกณฑ์ราคาเป็นเกณฑ์ในการพิจารณาด้วย ซึ่งเดิมกำหนดให้ใช้กับวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้เกณฑ์ราคาเป็นเกณฑ์ในการพิจารณาเท่านั้น
3. กรณีที่หน่วยงานของรัฐซื้อหรือจ้างพัสดุที่ไม่มีผลิตภายในประเทศ หน่วยงานของรัฐสามารถกำหนดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุหรือขอบเขตของงานตามความต้องการที่ใช้พัสดุนั้น โดยไม่ต้องขออนุมัติจากหัวหน้าหน่วยงานของรัฐหรือผู้มีอำนาจเหนือขึ้นไปหนึ่งชั้น
4.งานจ้างก่อสร้างและงานจ้างที่มิใช่งานก่อสร้าง กรณีที่วงเงินไม่เกิน 500,000 บาท และกรณีที่สัญญาไม่เกิน 60 วัน กรณีงานจ้างก่อสร้างผู้ประกอบการที่เป็นคู่สัญญาไม่ต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศและแผนการใช้เหล็กภายในประเทศ หรืองานจ้างทั่วไปที่มิใช่งานก่อสร้างผู้ประกอบการที่เป็นคู่สัญญาไม่ต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
5. งานจ้างก่อสร้างและงานจ้างที่มิใช่งานก่อสร้าง กรณีที่วงเงินเกิน 500,000 บาท และกรณีที่สัญญาเกิน 60 วัน กรณีงานจ้างก่อสร้างให้คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศและแผนการใช้เหล็กภายในประเทศหรืองานจ้างทั่วไปที่มิใช่งานก่อสร้างผู้ประกอบการที่เป็นคู่สัญญา ต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุ ที่ผลิตภายในประเทศ เดิมกำหนดให้จัดทำแผนยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน 30 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา ปรับแก้ไขใหม่เป็น กำหนดให้จัดทำแผนยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน 60 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
“คู่มือการปฏิบัติงานตามกฎกระทรวงฯ ข้างต้น เป็นการกำหนดขั้นตอนการปฏิบัติงานตั้งแต่การกำหนดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุหรือขอบเขตของงาน การกำหนดเงื่อนไขในเอกสารประกวดราคาและหนังสือเชิญชวน การเลือกใช้วิธีการจัดซื้อจัดจ้าง การบริหารสัญญาและการตรวจรับพัสดุ ซึ่งจะทำให้หน่วยงานของรัฐสามารถนำไปปฏิบัติงานได้อย่างคล่องตัว ชัดเจน และถูกต้อง ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Call center กรมบัญชีกลาง 02 270 6400 ในวัน เวลาราชการ”

การยกเลิก ว 89ปรับปรุงแนวทางปฏิบัติตามกฎกระทรวงกำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างที่รัฐฯ

การยกเลิก ว 89ปรับปรุงกฎกระทรวงกำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริม


กรมบัญชีกลาง ปรับปรุงกฎกระทรวงกำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน พร้อมจัดทำคู่มือการปฏิบัติงานตามกระทรวงฯ ขึ้นใหม่
ตามที่กระทรวงการคลังได้ออกกฎกระทรวงกำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2563 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2563 เป็นต้นมา
ซึ่งจากการดำเนินการที่ผ่านมา กรมบัญชีกลางได้รับทราบปัญหาจากการออกกฎกระทรวงฯ และหนังสือแจ้งเวียนแนวทางปฏิบัติดังกล่าว เช่น……
1) หน่วยงานของรัฐเชิญเฉพาะผู้ประกอบการรายเดิมเข้ายื่นข้อเสนอ ทำให้ไม่เกิดการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม
2) การค้นหารายการสินค้าหรืองานบริการที่ www.thaismegp.com ของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ซึ่งไม่มีรายละเอียดของพัสดุที่ขายหรือรายละเอียดของงานที่รับจ้าง ทำให้หน่วยงานของรัฐไม่สามารถค้นหารายการสินค้าและงานบริการต่าง ๆ ได้
3) หน่วยงานของรัฐยังมีความไม่เข้าใจในการปฏิบัติงานเนื่องจากแนวทางปฏิบัติในบางเรื่องยังมีความไม่ชัดเจน รวมทั้งแนวทางปฏิบัติในบางเรื่องยังมีความไม่คล่องตัว เป็นต้น
ดังนั้น เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าวข้างต้น รวมทั้งเพื่อให้เกิดความชัดเจนและความคล่องตัวในทางปฏิบัติตามกฎกระทรวงฯ กรมบัญชีกลางจึงได้ยกเลิกหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 89 ลงวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 และได้จัดทำคู่มือการปฏิบัติงานตามกระทรวงฯ ขึ้นใหม่ เสนอคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ (คณะกรรมการวินิจฉัย) พิจารณา ซึ่งคณะกรรมการวินิจฉัยพิจารณาและมีมติในคราวการประชุมครั้งที่ 13/2564 เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2564 เห็นชอบคู่มือแนวทางการปฏิบัติตามกฎกระทรวงตามที่กรมบัญชีกลางเสนอ โดยมีการเปลี่ยนแปลงหลักการจากเดิม เป็นดังนี้……..
1. การจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท หน่วยงานของรัฐสามารถจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจง ตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) (ข) แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ กับผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่งก็ได้
2. การช่วยเหลือสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ที่กำหนดให้หน่วยงานของรัฐจัดซื้อจัดจ้างพัสดุจากผู้ประกอบการ SMEs ตามรายการสินค้าหรือบริการที่มีรายชื่อตามที่สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม (สสว.) ได้ขึ้นบัญชีไว้ โดยให้ใช้เงินงบประมาณจัดซื้อจัดจ้างพัสดุดังกล่าว ไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของงบประมาณในการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่อยู่ในบัญชีรายชื่อผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งการส่งเสริมสนับสนุน แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ ได้แก่……..
2.1 การส่งเสริมสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ในเชิงพื้นที่ โดยพิจารณาจากพื้นที่ที่ได้รับงบประมาณหรือพื้นที่ที่จะนำพัสดุนั้นไปใช้งาน โดยให้เชิญผู้ประกอบการ SMEs ไม่น้อยกว่า 3 ราย เสนอราคาโดยวิธีคัดเลือก ปรับแก้ไขให้เพิ่มเป็น “ไม่น้อยกว่า 6 ราย” เพื่อให้เกิดการแข่งขันมากขึ้น
2.2 การให้แต้มต่อด้านราคากับผู้ประกอบการ SMEs ในการเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้เสนอราคารายอื่นไม่เกินร้อยละ 10 โดยให้ใช้กับวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งวิธีคัดเลือกกรณีที่ใช้เกณฑ์ราคาเป็นเกณฑ์ในการพิจารณาด้วย ซึ่งเดิมกำหนดให้ใช้กับวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้เกณฑ์ราคาเป็นเกณฑ์ในการพิจารณาเท่านั้น
3. กรณีที่หน่วยงานของรัฐซื้อหรือจ้างพัสดุที่ไม่มีผลิตภายในประเทศ หน่วยงานของรัฐสามารถกำหนดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุหรือขอบเขตของงานตามความต้องการที่ใช้พัสดุนั้น โดยไม่ต้องขออนุมัติจากหัวหน้าหน่วยงานของรัฐหรือผู้มีอำนาจเหนือขึ้นไปหนึ่งชั้น
4.งานจ้างก่อสร้างและงานจ้างที่มิใช่งานก่อสร้าง กรณีที่วงเงินไม่เกิน 500,000 บาท และกรณีที่สัญญาไม่เกิน 60 วัน กรณีงานจ้างก่อสร้างผู้ประกอบการที่เป็นคู่สัญญาไม่ต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศและแผนการใช้เหล็กภายในประเทศ หรืองานจ้างทั่วไปที่มิใช่งานก่อสร้างผู้ประกอบการที่เป็นคู่สัญญาไม่ต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
5. งานจ้างก่อสร้างและงานจ้างที่มิใช่งานก่อสร้าง กรณีที่วงเงินเกิน 500,000 บาท และกรณีที่สัญญาเกิน 60 วัน กรณีงานจ้างก่อสร้างให้คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศและแผนการใช้เหล็กภายในประเทศหรืองานจ้างทั่วไปที่มิใช่งานก่อสร้างผู้ประกอบการที่เป็นคู่สัญญา ต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุ ที่ผลิตภายในประเทศ เดิมกำหนดให้จัดทำแผนยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน 30 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา ปรับแก้ไขใหม่เป็น กำหนดให้จัดทำแผนยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน 60 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
“คู่มือการปฏิบัติงานตามกฎกระทรวงฯ ข้างต้น เป็นการกำหนดขั้นตอนการปฏิบัติงานตั้งแต่การกำหนดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุหรือขอบเขตของงาน การกำหนดเงื่อนไขในเอกสารประกวดราคาและหนังสือเชิญชวน การเลือกใช้วิธีการจัดซื้อจัดจ้าง การบริหารสัญญาและการตรวจรับพัสดุ ซึ่งจะทำให้หน่วยงานของรัฐสามารถนำไปปฏิบัติงานได้อย่างคล่องตัว ชัดเจน และถูกต้อง ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Call center กรมบัญชีกลาง 02 270 6400 ในวัน เวลาราชการ”ข่าวกรมบัญชีกลาง ฉบับที่ 37/2564 วันที่ 18 ส.ค.64

การยกเลิก ว 89ปรับปรุงกฎกระทรวงกำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริม

หลักการกำหนดขอบเขตงาน (TOR)


เทคนิคการจัดทำขอบเขตงาน (Terms of Reference TOR)
เพื่อควบคุมงานให้ได้มาตรฐาน

หลักการกำหนดขอบเขตงาน (TOR)

ถ่ายทอดความรู้ เรื่อง แนวทางปฏิบัติตามกฎกระทรวงกำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุ


การถ่ายทอดความรู้ผ่าน Facebook กรมบัญชีกลาง เรื่อง แนวทางปฏิบัติตามกฎกระทรวงกำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2563 (ว 89 / 18 ก.พ. 2564) วันพฤหัสบดีที่ 1 เมษายน 2564 กรมบัญชีกลาง

ถ่ายทอดความรู้ เรื่อง แนวทางปฏิบัติตามกฎกระทรวงกำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุ

ว 89 แนวทางปฏิบัติการจัดซื้อพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุนฉบับ 2/2563 หมวด 2 ข้อ 6


ว 89 แนวทางปฏิบัติการจัดซื้อพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุนฉบับ 2/2563 หมวด 2 ข้อ 6

การบันทึกข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้าง ปีงบประมาณ 2564


การบันทึกข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างในระบบ EGP ปีงบประมาณ 2564

การบันทึกข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้าง ปีงบประมาณ 2564

ดูเรื่องราวเพิ่มเติมหรือเรื่องราวโรแมนติก: https://future-user.com/ .

ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อ คําสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการกําหนดคุณลักษณะเฉพาะ.

การเพิ่มคณะกรรมการกำหนดราคากลาง รูปภาพ ที่เกี่ยวข้องกับ} .

การเพิ่มคณะกรรมการกำหนดราคากลาง
การเพิ่มคณะกรรมการกำหนดราคากลาง

>>คุณสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพิ่มเติมได้ที่ลิงค์ต่อไปนี้: future-user.com.

#การเพมคณะกรรมการกำหนดราคากลาง.

[vid_tags]

การเพิ่มคณะกรรมการกำหนดราคากลาง

คําสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการกําหนดคุณลักษณะเฉพาะ.

เราหวังว่า แบ่งปัน ในหัวข้อ คําสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการกําหนดคุณลักษณะเฉพาะ นี้จะ นำความรู้ มาสู่คุณ.

Leave a Comment